June 15, 2008

How Doctors Think: Introduction

"Every Doctor is Fallible." - หมอคนไหนไหนก็พลาดได้

ผู้เขียน*เล่าถึงเหตุผลในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่ามีแรงบันดาลใจที่เกิดขณะที่เขากำลัง round 'general medicine' ward กับนักศึกษาแพทย์ของ Harvard Medical School ที่ Beth Israel Deaconess Hospital (Boston) ว่าทำไม่นักศึกษาแพทย์รุ่นใหม่ ขาดอะไรบางอย่างในการดูแลผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสังเกต การสอบถาม และการตั้งคำถามกับตนเอง และพบว่าเด็กรุ่นใหม่ใช้ clinical algorithm และ ยึดถือกับ evidence based medicine จนเป็นสรณะ ทั้งที่ในวงการแพทย์ปัจจุบัน ยังมีข้อมูลมากมายที่ไม่มีใครรู้คำตอบ และผู้ป่วยก็ไม่ได้มาแสดงอาการที่เหมือนใน textbook เสมอไป

ผู้เขียนเลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในขณะที่เรา (หมอ) คิดวินิจฉัยโรค มีกระบวนการอย่างไร และมีอะไรบ้างที่เข้ามากระทบ ส่งผลต่อการวินิจฉัยและการตัดสินใจต่างๆ

บทแรกของหนังสือเล่มนี้เริ่มด้วยเรื่องราวของ Anne ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Bulimia/Anorexia อยู่นานถึง 15 ปีกว่าจะค้นพบว่าจริงๆ แล้ว Anne นั้นป่วยเป็น Whipple Disease. Anne มีหมอประจำตัวอยู่หลายคน และได้พบหมอมากกว่า 10 คนในช่วงเวลากว่า 15 ปีที่ป่วยจากอาการปวดท้อง, ท้องเสียและน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ หลังจากผ่านมือหมอทั่วไป จิตแพทย์ และ internal medicine ก็ได้พบ gastroenterologist ที่ Beth Israel Deaconess Hospital ที่บอสตัน. หมอ GI คนนี้ "คิดต่าง" จากหมอคนอื่นๆ ตรงที่เขาเชื่อในคำพูดของ Anne และตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้า Anne พูดจริง มีสาเหตุอะไรบ้างที่จะทำให้ Anne มีอาการดังกล่าว ซึ่งในที่สุดนำมาซึ่งการทำ gastroscopy and biopy ทำให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง.

มีข้อคิดหลายอย่างน่าสนใจจากบทนี้ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ที่จะเขียนถึง เช่น
- ถ้าคุณ (หมอ) ฟังคนไข้ เขากำลังบอกว่าเขาป่วยเป็นโรคอะไรกับคุณอยู่
- ถ้าคุณ (หมอ) ไม่ฟังคนไข้ คุณก็ไม่ใช่หมอที่แท้จริงอีกต่อไป
- ตั้งคำถามที่ดี ก็จะได้คำตอบที่ดี
- หมอ ควรตอบสนองและสังเกต พฤติกรรมและอารมณ์ของคนไข้
- อย่าเชื่อสัญชาตญาณตนเองมากเกินไปเวลาให้การวินิจฉัย แต่ก็อย่าลืมว่าสัญชาตญาณอาจช่วยบอกเราได้ในบางครั้งเหมือนกัน

*Jerome Groopman ปัจจุบันเป็น Professor (medicine) ที่ Beth Israel Deaconess Hospital (Boston). เขาจบแพทย์จาก Harvard Medical School และทำ internship กับ medicine ในรั้ว Harvard ที่ Massachusetts General Hospital. เขาเคยทำงานที่ UCLA Medical Center ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ที่บอสตัน.

No comments:

Post a Comment

ShareThis